gototopgototop

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับมิกเซอร์


คำว่า MIXER ท่านทั้งหลายคงคุ้นกันดี แต่ในที่นี้

จะขอแนะนำคำว่า MIXER อีกลักษณะหนึ่งขอเข้าเนื้อเรื่อง

เลยนะครับ MIXER ในทางระบบเสียงจะเป็นอุปกรณ์ที่ค่อนข้างมีความสำคัญ

มากๆเพราะจะทำหน้าที่ ทั้งใช้เลือกว่าจะให้สัญญาณเสียงจาก IN PUT ไหนออกบ้าง คือ ทำหน้าที่เป็นตัวเลือกสัญญาณ IN PUT อีกหน้าที่หนึ่งของMIXER คือ ทำหน้าที่ผสมสัญญาณและปรับแต่งสัญญาณต่างๆให้มีระดับตามที่ต้องการ จะเห็นแล้วว่า MIXER มีความสำคัญมากๆในอุปกรณ์ระบบเสียงเพราะถ้าเรามีสัญญาณเสียงที่สมบูรณ์มากๆมีเสียงร้องที่ดีขนาดไหน ลำโพงดีมาก POWER AMP หรือระบบดีสุดยอดแต่ MIXER ชำรุดหรือเกิดทำงานผิดพลาดจะทำให้งานนั้นๆล้มได้ทั้งงาน

มาดูการเลือกใช้ MIXER กันบ้างนะครับ MIXER จากหลักๆขึ้นอยู่กับการใช้งานคือ

- MIXER ใช้สำหรับงานแสดงสด

- MIXER ใช้สำหรับบันทึกเสียง

- MIXER ใช้สำหรับงานออกอากาศ

เพราะฉนั้นถ้าท่านมีความจำเป็นที่จะใช้ เลือกใช้อุปกรณ์ MIXER ท่านควรดูก่อนว่างานของท่านจัดอยู่งานประเภทใดที่ได้กล่าวมาข้างต้น เมื่อท่านได้กำหนดได้แล้วว่างานท่านเป็นแบบใดแล้วท่านก็ต้องมาตรวจสอบดูว่างานของท่านมี IN PUTมากน้อยเท่าใดกำหนดให้พอดี ทางด้าน OUT PUT ท่านต้องตรวจสอบดูว่างานของท่านต้องการกระจายสัญญาณไปที่ไหนบ้างและกำหนดให้พอดี ต่อมาท่านก็มาดูที่ยี่ห้อ ขอแนะนำอย่างนี้คือ ดูที่ยี่ห้อที่มีการบริการหลังการขายดีๆ ครับ คืออุปกรณ์ต้องอยู่กับเราอีกนานและมีโอกาสชำรุดเสียหายได้ เมื่อมีการเสียหายแล้วควรจะมีอะหลั่ยสำรองในการซ่อมแซม

การติดตั้งการใช้งาน

เมือเราเลือก MIXER ที่เราต้องการได้แล้วเราควรต้องดูตำแหน่งและพื้นที่ในการใช้งานและที่สำคัญมากๆคือ พื้นที่นั้นๆจะต้องไม่อยู่ในห้องที่มีฝุ่นละอองมากๆ มีความชื้นสูงจะทำให้อุปกรณ์ของท่านเสื่อมสภาพเร็วกว่ากำหนดและควรมีผ้าคลุมอุปกรณ์เมื่อไม่มีการใช้งาน พื้นที่ตั้งอุปกรณ์ก็ควรอยู่ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็น กิจกรรมต่างๆของแหล่งกำเนิดเสียงเพื่อจะทำให้การควบคุมเสียงทำได้ดี และง่ายต่อการแก้ปัญหาต่างๆ

การดูแลบำรุงรักษา

เพื่อให้อุปกรณ์สามารถใช้งานได้คุ้มค่าและป้องกันการชำรุดขณะที่มีการใช้งาน เราจึงควรป้องกันโดยการดูแลบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง ควรมีการตรวจเช็คสภาพการทำงานต่างๆทุกๆ 4 เดือนและทำความสะอาดอุปกรณ์ IN PUT OUT PUT ทุกๆเดือนโดยที่การทำความสะอาดคือการใช้เครื่องดูดฝุ่นละอองออกจากตัวเครื่อง การทำความสะอาดภายในอุปกรณ์คือ การทำความสะอาด หน้าสัมผัสของ IN PUT OUT PUT ต่างๆโดยใช้น้ำยาทำความสะอาด มีข้อแนะนำอีกอย่าง ไม่ควรใช้น้ำยาฉีดล้าง SLIDE VOLLUM CONTROL เพราะจะทำให้ฝุ่นที่ติดภายในยังตกค้างมากขึ้นกว่าเดิม สามารถจะใช้ได้ในกรณีที่ขณะใช้งานอยู่และเกิดความผิดพลาด แต่เมื่อจบงานนั้นๆแล้วควรถอดเปลี่ยน หรือจะมี SLIDE VOLLUM บางรุ่นสามารถถอดฝาออกมาล้างภายนอกได้จะดีกว่าการฉีดเข้าภายใน SLIDE ในการตรวจเช็คทำความสะอาดอุปกรณ์แต่ละครั้ง ควรจะบันทึกผลการตรวจเช็คต่างๆเก็บไว้ด้วยว่ามีการชำรุดอะไรบ้างและได้ทำการแก้ไขอย่างไร เพื่อเก็บรวบรวมไว้เมื่อมีการชำรุดต่อๆไปจะได้แก้ไขได้ง่ายขึ้น และเป็นการเตรียมการไว้สำหรับการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนได้ เช่น เมื่อเช็คครั้งที่ 1 พบSLIDE VOLLUM เสีย 2 ตัว ครั้งที่ 2 ก็เสียอีกแต่เป็น CH. อื่นๆมีการปริมาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆแสดงว่าอุปกรณ์ต่างๆเริ่มเสื่อมสภาพเราควรรายงานให้หัวหน้าทราบได้ว่า ควรจะซื้อเครื่องใหม่ทดแทนได้แล้ว หรือเตรียมการสำหรับซ่อมบำรุงใหม่ สิ่งที่ไม่ควรทำอีกย่างคือ การเป่าฝุ่นอัดเข้าที่ช่อง SLIDE จะทำให้ฝุ่นยิ่งเข้าไปมากกว่าเดิมเพราะหลัง SLIDE ไม่มีรูระบายฝุ่นออก หากท่านได้ทำการซ่อมบำรุงอย่างต่อเนื่องจะทำให้เครื่องของท่านสามารถใช้งานได้คุ้มค่ามากที่สุดและหมดปัญหาการชำรุดกลางงานได้ดีที่สุด

ปัญหาของ MIXER (ยกตัวอย่าง)

1. เสียงรบกวนออกที่ OUT PUT ตลอด

- มีเสียงรบกวนออกขณะปรับหรี่ไฟในห้อง

- มีเสียงรบกวนเมื่อต่อเข้ากับ VIDEO

สาเหตุของปัญหา

- มีการต่อกราวด์ของระบบไฟฟ้าเข้าอุปกรณ์หลายๆจุด

- กราวด์ของระบบไฟฟ้าไม่เป็น O

- มีการเดินสายสัญญาณรวมกับสายไฟฟ้าที่เป็นชุด DIMMER

- การผิดพลาดของ MIXER เอง

การแก้ปัญหา

- ตัดกราวด์ของเครื่องออกแล้วต่อกราวด์ให้มีการลงกราวด์ที่จุดๆเดียว

- ให้ช่างไฟฟ้าตรวจเช็คกราวด์ใหม่ หรือเดินสายกราวด์จากจุดกำเนิดใหม่ และไม่ต่อร่วมกับระบบไฟฟ้าอื่นๆ

- เช็คน๊อตยึด VOLLUM CONTROL ต่างๆที่แผง MIXER ว่ามีการคลายและหลุดหลวมไม่แน่นตรงไหนบ้างและทำการขันยึดให้แน่น

2.ต่ออุปกรณ์และ OUT PUT ไม่ออก

- มีการเปลี่ยนอุปกรณ์ MIXER ใหม่แทนอุปกรณ์เดิมต่างยี่ห้อกัน

- ต่อ OUT PUT เป็น BALANCE

สาเหตุของปัญหา

- CONECTOR ขาอุปกรณ์ใช้รับสัญญาณไม่ตรงกันบางยี่ห้อใช้ขา 2 เป็นสัญญาณบวก ขา 3 เป็นสัญญาณลบ CONCETOR แต่บางยี่ห้อใช้ขา 3 เป็นสัญญาณบวก ขา 2 เป็นสัญญาณลบ เมื่อทำเป็นอัน BALANCE จะทำให้สัญญาณบวกช๊อตลงกราวด์ ทำให้สัญญาณ OUT PUT ไม่ออก

การแก้ไขปัญหา

- ตรวจเช็คอุปกรณ์ตามคู่มือ การใช้งานก่อนการติดตั้งอุปกรณ์และทำการแก้ไขก่อนการติดตั้งอุปกรณ์

3. ไม่สามารถเปิดสัญญาณ IN PUT ได้

- ต่อสาย MIC ไม่ได้แต่ต่อสาย LINE ช่องที่ IN PUT เดียวกันได้

- มีเสียงแตกพล่าเสียงไม่ชัดเจน

สาเหตุของปัญหา

- ภาคขยาย IN PUT ที่เป็น MIC เสีย

- CONECTOR INSERT ของช่อง IN PUT นั้นๆเสีย SW ตัดต่อภายใน CONECTOR ชำรุด

- ต่อสัญญาณผิดคือเอาสัญญาณที่เป็น LINE มาเป็น IN PUT ที่เป็น MIC

การแก้ไขปัญหา

- ถอด IN PUT ที่เสียมาซ่อมอาจจะมี IC / OP AMP เสีย

- ถอด CONECTOR INSERT เปลี่ยนใหม่

- บัดกรีเปลี่ยน CONECTOR จาก MIC เป็น LINE

ขอขอบคุณบทความจาก  www.tiggersound.com