gototopgototop

ใบอนุญาตวิทยุชุมชนใบแรก

 

 

14 ปีที่รอคอยกับบทเรียนราคาแพงของสื่อภาคประชาชน  : ใบอนุญาตวิทยุชุมชน ใบแรกของสังคมไทย

 

 

นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี40 ในมาตรา40 ที่สร้างความตื่นตัวให้กับภาคประชาชนอย่างกว้างขวาง และดูเหมือนจะเป็นความหวังใหม่ของการสื่อสาร ที่ตกอยู่ภายใต้เงาสลัวๆมาเนิ่นนาน จนมาถึงรัฐธรรมนูญปี50 ภาพฝันของภาคประชาชนที่จะมีสื่อเป็นของตนเองก็ยังคงไม่เลือนหายไป มีความพยายามที่จะตั้งกสช.และกทช.ให้ได้ และแม้ว่ากสช.ในขณะนั้นจะไม่เกิดแต่ กทช.ก็ยังสามารถดำเนินงานได้ โดยเฉพาะปัญหาเร่งด่วนอย่างวิทยุชุมชน ที่ยังคงพบกับสภาวะไร้ระเบียบ ในพรบ.ประกอบกิจการ51 ได้ให้อำนาจกทช.ในการออกใบอนุญาตให้กับวิทยุชุมชนเป็นการชั่วคราว 1 ปี แต่ระหว่างทางกว่าจะได้มาซึ่งใบอนุญาตฉบับประวัติศาสตร์นี้ สังคม และภาคประชาชนต้องสูญเสียและเรียนรู้มากมายเช่นกัน.

วิทยุชุมชนพันธ์แท้กับวิกฤตความเชื่อมั่นและศรัทธาของชุมชน

ด้วยเจตนาที่จะให้ภาคประชาชนมีสื่อเป็นของตนเอง เป็นเครื่องมือให้กับชุมชนในการส่งเสียงให้ดังยิ่งขึ้น เพื่อให้ภาครัฐรวมถึงสังคมได้ฟังเสียงของคนตัวเล็กๆในสังคม จึงเกิดเป็นจุดปฏิบัติการเรียนรู้วิทยุชุมชนขึ้นทั่วประเทศกว่า140สถานี จุดปฏิบัติการดังกล่าวเรียนรู้เทคนิคการออกอากาศ การผลิตเนื้อหารายการ และเรียนรู้สิทธิในการสื่อสารของภาคประชาชนตามรัฐธรรมนูญ

แต่“วิทยุเถื่อน” คือคำที่สังคมตีตราจุดปฏิบัติการเรียนรู้วิทยุชุมชนทั้ง140แห่ง เมื่อปี2540 การทดลองปฏิบัติการเรียนรู้ขั้นตอนการออกอากาศและทดลองออกอากาศของภาคประชาชนถูกจับกุมโดยหน่วยงานภาครัฐหลายต่อหลายครั้งบวกกับแรงโจมตีของวิทยุธุรกิจ ที่ออกอากาศโดยโฆษณาได้6นาที ยิ่งทำให้วิทยุชุมนที่เกิดจากเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมีภาพลักษณ์ที่แย่ลงในสายตาของชุมชนและสังคม  แม้ว่าจะมีความพยายามของหน่วยงานองค์กรพัฒนาเอกชนในการจัดเวทีสร้างความเข้าใจและแสดงอัตลักษณ์ที่ชัดเจนของวิทยุชุมชนอย่างไรก็ยังไม่สามารถทำให้สังคมและภาครัฐเข้าใจได้

สังคมไทยใช้เวลาในการเรียนรู้ เรื่องราวดังกล่าวผ่านยุคสมัยที่สื่อถูกใช้เป็นเครื่องมือทางธุรกิจมาสู่ยุคสมัยที่สื่อถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง กินเวลายาวนานกว่า 11 ปี (2540-2551) ในช่วงเวลาที่ภาครัฐกำลังดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายพรบ.ประกอบกิจการ51มีความพยายามแต่งตั้งคณะทำงานวิทยุชุมชนขึ้นมาเพื่อทำงานออกใบอนุญาตให้กับวิทยุชุมชน มีการเปิดรับลงทะเบียนวิทยุขนาดเล็กทั่วประเทศ และเปิดให้สถานีที่ประสงค์จะขอใบอนุญาตวิทยุชุมชนยื่นเอกสารขอใบอนุญาตได้ ในช่วงเวลาดังกล่าวสถานีวิทยุชุมชนพันธ์แท้ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญ เป็นสถานีที่มาจากภาคประชาชน และชุมชนโดยแท้จริงถูกเบียดจนเกือบตกขอบของกระบวนการจากปัญหาเกี่ยวกับขั้นตอน การปฏิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ  ประกอบกับในช่วงเวลาดังกล่าวไม่มีการกำกับดูแลอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน จึงเกิดสภาวะวิทยุขนาดเล็กเบ่งบานราวดอกเห็ด เฉลี่ยวันละ 1-2สถานี ( เดือนละประมาณ40 สถานี ปีละประมาณ 490 สถานี)  ทำให้วิทยุชุมชนพันธ์แท้บางแห่งต้องปิดตัวลงเพราะสู้กำลังส่งไม่ไหว และขาดการสนับสนุนจากชุมชนจากวิกฤติความศรัทธาที่ภาครัฐและวิทยุธุรกิจสร้างขึ้น กระทั่งปัจจุบันหลงเหลือวิทยุชุมชนจริงๆประมาณ 100 สถานี ทั่วประเทศ

 

14 ปี กับการต่อสู่กับสังคมและภาครัฐ.....กว่า40สถานีที่ต้องยุติการออกอากาศไประหว่างกระบวนการออกใบอนุญาต.....กว่า7,000สถานีวิทยุขนาดเล็กที่เกิดขึ้นอย่างไร้ระเบียบ แสวงหากำไรโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบกับประชาชน.....กับ 1ใบอนุญาตวิทยุชุมชน

เมื่อวันที่ 31 ส.ค.54 กทช.ปฏิบัติหน้าที่แทน กสทช.ได้จัดพิธีมอบใบอนุญาตให้กับวิทยุชุมชนคนแปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นวิทยุชุมชนพันธ์แท้ ดำเนินการตามหลักการและปรัชญาวิทยุชุมชนและเป็นสมาชิกของสหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติ โดยรศ.ดร.พนา ทองมีอาคม ได้กล่าวในพิธีเปิดงานว่า” การปฏิบัติงานตามบทเฉพาะกาลถือได้ว่าลุล่วง อาจใช้เวลามาก แต่ต้องทำด้วยความรอบคอบ เพราะเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ประเด็นในการพิจารณาหลักคือต้องเป็นสถานีที่ปฏิบัติตามหลักการวิทยุชุมชน และกรมอบใบอนุญาตในครั้งนี้แสดงถึงความสำเร็จของภาคประชาชน

ด้านนายบุญส่ง จันทร์ส่องรัศมี ประธานสหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติ กล่าวว่า “ใบอนุญาตใบนี้ถือได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของการต่อสู้ของภาคประชาชน อย่างน้อยสังคมได้เห็นแล้วว่าวิทยุชุมชนที่ดำเนินงานตามหลักการและปรัชญาวิทยุชุมชนไม่ใช่วิทยุเถื่อน แต่สิ่งที่ต้องระวังหลังจากนี้คือรักษาหลักการไว้ให้เป็นแบบอย่างหรือต้นแบบกับสถานีอื่นๆให้เค้ามีกำลังใจที่จะทำดี และทำเพื่อชุมชนจริงๆ ”  นอกจากนั้น นายตฤณ ใหม่เอี่ยม ผู้อำนวยการสถานีวิทยุชุมชนคนแปลงยาวที่ได้รับใบอนุญาต ยังกล่าวย้ำว่า “ใบอนุญาตใบนี้ไม่ใช่ใบอนุญาตของสถานีวิทยุชุมชนแปลงยาว แต่เป็นใบอนุญาตของพี่น้องเครือข่ายวิทยุชุมชนทั่วประเทศที่อยู่ภายใต้หลักการ วิทยุชุมชน ของชุมชน โดยชุมชนและเพื่อชุมชน ไม่แสวงหากำไร เพราะเราต่อสู้มาด้วยกันตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี40 มาจนถึงการชุมนุมใหญ่ของวิทยุชุมชนเพื่อทวงใบอนุญาตเมื่อปลายปี 53

แม้ว่าปัจจุบัน กทช.ปฏิบัติหน้าที่ กสทช.จะสามารถออกใบอนุญาตให้กับวิทยุชุมชนได้อย่างน้อย 1 ใบ ก่อนที่จะมีการผลัดเปลี่ยนไปยังกสทช.ตัวจริง ก็ถือเป็นบรรทัดฐานให้กับคณะกรรมการที่จะเข้ามาดำเนินงานต่อได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามสื่อของภาคประชาชนอย่าง วิทยุชุมชนก็ต้องพิสูจน์ตัวตนและคุณค่าของสถานีต่อชุมชนและสังคม เพื่อให้การสื่อสารของภาคประชาชนก้าวหน้าไปรับใช้และตอบสนองชุมชน สังคม ของตนเอง ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์แห่งรัฐธรรมนูญต่อไป.

รายงานโดย น.ส อรทัย ทวีแก้ว กองเลขา สวชช.

ที่มาhttp://thainfcr.org/index.php?option=com_content&view=article&id=427:2011-09-05-08-41-55&catid=51:2011-03-02-16-30-22&Itemid=75